dot dot
มาตรฐาน หรือ ภาระ

 

มาตราฐาน หรือ ภาระลูกค้า

 ส่วนใหญ่ช่างซ่อมทั่วไปจะทำงานตามสัญชาตญาณที่ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ในงานนั้นๆ มาตราฐานของการทำงานก็เกิดขึ้นกับตัวเองซึ่งไม่สามารถเทียบกับช่างคนอื่นได้ อาจจะกล่าวได้ว่าของใครของมัน บางท่านก็สับสนว่า แล้วมาตราฐานการทำงานเนี่ยมันหมายถึงอะไรได้บ้าง โดยส่วนใหญ่ของระบบการซ่อมบำรุงแล้วนั้น เขาจะมีขั้นตอนในการทำงานต่างๆ ที่วางไว้ใน Specification (บางที่เรียก OID) โดยระบุลำดับขั้นตอนการปฎิบัติงาน เครื่องมือที่จะใช้ อะไหล่ที่จะต้องใช้ กฎเกณฑ์ของบุคคลที่จะปฎิบัติงานดังกล่าว อะไรอื่นๆ จิปาถะแล้วแต่ว่าระบบงานนั้นไปตกอยู่ในระบบควบคุมคุณภาพแบบไหน (ISO) สิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญต่อผลของงาน และการตรวจสอบกลับ เพื่อวิเคราะห์สาเหตุการเสียหายหรือเสื่อมสภาพได้อย่างถูกต้อง หรือแม้กระทั่งสามารถตรวจสอบกลับไปถึงช่างที่ทำได้ด้วยว่ามีการผิดพลาดอันเกิดมาจากสาเหตุใดได้บ้าง (Human error)

  ถ้าจะนำเรื่องดังการมาปรับปรุงใช้งานกับการซ่อมบำรุงแลนด์โรเวอร์นั้น แน่นอนว่าจะทำให้เราป้องกันการผิดพลาดจากการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นคุณภาพของงานซ่อมก็จะดีตามมาด้วย แต่การทำวิธีดังกล่าวอาจจะทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในแง่ของอะไหล่ที่อาจจะเพิ่มเข้ามาตามมาตราฐานของการซ่อมแต่ละอย่าง คนที่จะประเมินว่าความเหมาะสมหรือความจำเป็นมันมากน้อย หรืออยู่ตรงไหนก็คือ "ช่าง" หรือผู้มีหน้าควบคุมการทำงาน หากขาดข้อมูลดังกล่าวไป จะเป็นการ "ค้าอะไหล่" โดยภาระจะตกไปอยู่กับเจ้าของรถ ตัวอย่างง่ายๆ ที่จะเห็นบ่อยๆ คือ การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ที่จะต้องเปลี่ยนแหวนรองน๊อตถ่ายทุกครั้ง (ตาม spec.)ซึ่งในแง่ของผู้ใช้ ถ้าสามารถรู้ได้ว่าน้ำมันมันไม่รั่วก็ไม่สมควรเปลี่ยนแหวน เงินร้อยกว่าบาทก็สามารถนำไปใช้จ่ายอย่างอื่นได้สบายๆ ถ้าคนทำงาน (อู่) คิดก้าวหน้าหน่อย ก็ลงทุนซื้อเครื่องดูดน้ำมันก็น่าจะดี เพราะ นอกจากเราทำงานได้ไวและสบายมากขึ้น เราก็ไม่ต้องไปถอดน๊อตถ่ายของลูกค้าให้ต้องจ่ายค่าแหวนรองเพิ่มอีก

 ในทางกลับกัน ถ้าช่างพิจารณาแล้วว่า งานไหนที่จำเป็นต้องนำเข้ามาไว้ในงานมาตรฐานตามเสป็คเพราะมีความจำเป็นเรื่องประสิทธิภาพการใช้งาน ตัวอย่างง่ายๆ คือ การถอดประกอบชุดลูกปืนล้อ Discovery ที่ปกติจำเป็นต้องมีประเก็น (Gasket) อยู่หลายชิ้น เมื่อก่อนเราก็ใช้กาวประเก็นทากันเลย เพราะง่ายกว่าที่จะหาซื้อประเก็นที่ราคาในบ้านเราค่อนข้างจะไม่น่าคบเท่าไหร่ มิหนำซ้ำยังไม่ค่อยสั่งมาขายกัน เพราะเขาบอกว่า เขาไม่ใช้กัน เอ้า! แล้วบริษัทผู้ผลิตรถจะทำมาทำไมกัน เรื่องเล็กๆน้อยๆ กับอะไหล่ชิ้นเล็กชิ้นน้อยแบบนี้ แต่สามารถทำให้คุณภาพงานดีขึ้นมาแบบมืออาชีพได้นั้น "ควรจะต้องทำ" ให้เข้ามาเป็นงานมาตราฐาน ว่าถ้าทำแบบนี้แล้วสิ่งเหล่านี้จะต้องเปลี่ยนด้วย จากราคาแพงเกิน เราเป็นอู่ก็ต้องทำการบ้านให้ได้ว่าเราจะหาของที่ถูกกว่ามาจากไหน ที่ไม่ใช่ทำกันเองในบ้านเรา ทำราคาให้มันเหลือ 30-40 บาทก็ไม่น่าเกลียดสำหรับลูกค้า

 

ลองพิจารณา ตัวอย่างด้านล่างนะครับ ถ้าเราต้องถอดน๊อตฝาสูบ (Cylinder head) เพื่อตรวจเช็ควาล์ว หรือเปลี่ยนซีลวาล์ว เราต้องเปลี่ยนประเก็นฝาสูบ และน๊อตฝาสูบ จำนวน 20 ตัวหรือไม่นะครับ อาจจะเป็นแง่คิดที่ทำให้เราคิดได้หลายๆแบบ เพราะตาม specification ของ Land Rover แล้วนั้นต้องเปลี่ยนทั้งน๊อตและประเก็นฝาสูบ ถ้าเป็นลักษณะดังกล่าวเราจะทำอย่างไรได้ ถ้าสิ่งดังกล่าวเราเพิ่งจะเปลี่ยนไปเมื่อไม่นานมานี้เอง !!

 




Service Story

การ "บวกค่าอะไหล่" การโกงของอู่ที่ยากแก้ไข
ซ่อมที่ไหนดี?
The way of LR service article
Mini Cooper Service
อะไหล่รถแพง ! มหกรรมมัดมือชก
การยกเครื่อง & เปลี่ยนเครื่องยนต์
Overland
แบบไหนคือ ซ่อมจบ?



dot
dot
bulletLand Rover Service
bulletMini Cooper Service
bulletPart Service
bulletTailer Service
dot
Overland's talk
dot
bulletซ่อมที่ไหนดี?
bullet"บวกค่าอะไหล่" การโกงของอู่
bulletวิถีการซ่อมแลนด์ฯ
bulletแบบไหนคือ ซ่อมจบ?
bulletมาตราฐาน หรือภาระ
bulletอะไหล่รถแพง ! มหกรรมมัดมือชก
dot
Newsletter

dot




Copyright © 2010 All Rights Reserved. 10 Feb 2009